คำถาม 
โดย : กัลยาณี เรืองไชย ถามเมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2548

ฝืนทนทำดี

กราบนมัสการองค์หลวงตาที่เคารพยิ่งเจ้าค่ะ
หลานไม่ได้เข้าเว็ปนี้ และไม่มีโอกาสเข้า Internet อื่น มาตั้งแต่เดือนมีนาคมเจ้าค่ะ
เพราะหลานถูกข้าราชการผู้ใหญ่ เป็นข้าราชการระดับ 8,7 และอีกหลายต่อหลายคน รวมตัวกันเข้าเป็นพวก เพื่อกดขี่ข่มเหงคนทำงานจริง คนทำงานที่ดี ๆ ในหน่วยงานหลานถูกจับแยกออกจากกัน ต่างคนต่างถูกกดให้ทำงาน ไม่มีโอกาสได้พบปะกันนานแล้วเจ้าค่ะ
หลานไม่มีโอกาสเข้าเน็ต เพราะห้องทำงานใหม่ของหลานไม่มีเน็ตให้ใช้ หลานถูกผู้ใหญ่จอมโกงกดไม่ให้ไปยุ่งกับคนดีที่หลานเคยสนิทสนมกันนานแล้วเจ้าค่ะ ขอยอมรับว่าขณะนี้หลานแทบท้อใจในการรับราชการ แทบไม่อยากทำความดี แต่ก็เกรงว่าถ้าหลานไม่ทำดี ความชั่วอาจมาเพิ่มในจิตใจหลานมากขึ้น จึงต้องฝืนทำงาน ทำดีต่อไป โดยไม่มีโอกาสก้าวหน้าในงานเลยเจ้าค่ะ
ขอกราบนมัสการถามองค์หลวงตา เพื่อเป็นข้อคิดให้หลานระมัดระวังไม่ทำชั่ว อย่างข้าราชการชั่ว ๆ ในหน่วยงานหลานด้วย คำถามมี
1. ผลกรรมของคนที่ข่มเหงรังแกผู้น้อย ข่มเหงคนดี ไม่ให้มีความก้าวหน้า จะส่งผลให้เกิดสิ่งใดกับเขาบ้างเจ้าคะ (ระหว่างผู้สั่งการเบื้องหลัง กับผู้ที่ทำตามคำสั่ง) ใครจะรับผลมากกว่ากันเจ้าคะ
2. หากหลานนำทุกข์ตามข้อ 1 ไปพิจารณาระมัดระวังไม่ให้ทำชั่วเช่นบุคคลดังกล่าว จุดนี้เป็นสติปัฎฐานข้อ ธรรมานุปัสนาสติปัฎฐานหรือไม่เจ้าคะ
3. องค์หลวงตามีข้อแนะนำ เตือน หรือจะว่ากล่าวหลานประการใด ให้หลานมีข้อคิดที่ดีขึ้น ขอได้เมตตาสงเคราะห์ด้วยเถิดเจ้าค่ะ หลานยินดีและเต็มใจนำไปปรับปรุงแก้ไขเสมอ
สุดท้ายนี้ขอองค์หลวงตาอยู่เป็นที่พึ่งทางจิตใจของหลานและพุทธศาสนิกชน และคนดีของแผ่นดินต่อไปด้วยเจ้าค่ะ
ด้วยความเคารพศรัทธายิ่ง

คำตอบ
เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2548

เรียนคุณผู้ถาม
หลวงตาเมตตาแสดงธรรมตอบให้คุณ
เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๔๘ ณ วัดป่าบ้านตาด  ดังนี้

ผู้กำกับ       :     มีปัญหาของคนสุดท้ายคนที่ ๕ ที่ถามมาครับ ว่าหลานถูกข้าราชการผู้ใหญ่กดขี่ข่มเหง คนทำงานจริงคนทำงานที่ดี ในหน่วยงานของหลานต่างคนต่างถูกกดให้ทำงาน หลานถูกผู้ใหญ่จอมโกงกดไม่ให้ไปยุ่งกับคนดีที่หลานเคยสนิทสนม ขอยอมรับว่าขณะนี้หลานแทบท้อใจในการรับราชการ แทบไม่อยากทำความดี แต่ก็เกรงว่าถ้าหลานไม่ทำดี ความชั่วอาจมาเพิ่มในจิตใจหลานมากขึ้น จึงต้องฝืนทำงาน ทำดีต่อไป โดยไม่มีโอกาสก้าวหน้าในงานเลยเจ้าค่ะ  ขอกราบนมัสการถามองค์หลวงตา เพื่อเป็นข้อคิดให้หลานระมัดระวังไม่ทำชั่ว อย่างข้าราชการชั่ว ในหน่วยงานหลานด้วย คำถามมี

1. ผลกรรมของคนที่ข่มเหงรังแกผู้น้อย ข่มเหงคนดี ไม่ให้มีความก้าวหน้า จะส่งผลให้เกิดสิ่งใดกับเขาบ้างเจ้าค่ะ ระหว่างผู้สั่งการเบื้องหลัง กับผู้ที่ทำตามคำสั่ง ใครจะรับผลมากกว่ากันเจ้าคะ

หลวงตา     :     ตอบยากนะ ไม่ทราบว่าใครกลั่นแกล้งใคร เหมือนเณรผอง อยู่วัดห้วยทราย เราพูดให้ฟังหลายครั้งแล้ว เณรผองมาจำพรรษากับเรา แกฝึกทรมาน คือมีผู้กลั่นแกล้งอย่างนี้ละ กิเลสมันกลั่นแกล้ง กิเลสมันใหญ่กว่า เป็นนายใหญ่ มันกลั่นแกล้ง พอเณรนี้จะภาวนามันทำให้สัปหงกงกงัน จะหลับๆ นั่งอยู่ในห้องมันสัปหงกงกงันคอยแต่จะหลับ มันเป็นยังไง จะฟัดกันกับกิเลสตัวง่วงเหงา ก็ออกไปนั่งนอกกุฏิที่เฉลียง อยู่หมิ่นๆ เอ้า ถ้าหากว่ามันง่วงให้มันตก ไม่ง่วงไม่ตก มันกลัวตายมันคนไม่ง่วง ก็ไปนั่ง สักครู่เดียวได้ยินเสียงตุ๊บเลย เรานั่งภาวนาอยู่ในกุฏิ ก็วัดป่านี่นะ เงียบๆ ได้ยินเสียงตุ๊บ เอ๊ มันเสียงแปลกๆ เหมือนเสียงของหนักตกน้า เรานึกอยู่ในใจ ไม่นานนักได้ยินเสียงพุมพิมๆ 

เราก็ลุกออกไปดูเหตุการณ์ เพราะเสียงมันผิดปรกติ ตุ๊บแล้วยังไม่แล้ว ยังได้ยินเสียงพึมพำๆ มันมีเรื่องอะไรน้า เรากำลังก้าวจะออกจากกุฏิไป พระก็วิ่งมาปุบๆ อะไร เราว่างั้นแหละ เณรผองตกกุฏิ แล้วเป็นยังไงถึงตก มันทรมานตัวเอง นั่งอยู่ในห้องมันง่วงเหงา เลยมานั่งข้างนอกที่เฉลียง เพื่อดัดสันดานความง่วงนั้น ถ้าเผลอก็ให้มันตก นี้ตกกุฏิแล้วว่างั้น นี้เข้ากับเรื่องต้นแล้วที่ว่าผู้ใหญ่รังแกผู้น้อย

กิเลสมันรังแกเณรผอง เณรผองจะฟัดกับผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ฟาดมันตกกุฏิ นั่นละเวลาผู้ใหญ่มีอำนาจมากจะไปฟัดกับมันเท่าไรก็ตกกุฏินั่นแหละ ถ้าเรามีอำนาจมากแล้วให้หลับมันก็ไม่หลับ นอนก็ไม่หลับ บังคับให้หลับ นี่ผู้ใหญ่ทางธรรม นี่ผู้ใหญ่ทางกิเลสมันเอาให้หลับ ไปทรมานอยู่หน้ากุฏิตกกุฏิไปจนได้ ผู้ใหญ่มันทรมานไม่หยุดเอาจนตกกุฏิ เอาทีนี้ผู้ใหญ่เป็นธรรมขึ้นมาฟัดกันๆ นี้ถึงขั้นธรรมที่เพลิดเพลินแล้วไม่อยากหลับอยากนอนเลย บังคับให้หลับก็ไม่หลับ มันฟัดกันอยู่กับกิเลส นี่ผู้ใหญ่ทางธรรม เอาจนได้รั้งเอาไว้ๆ

นี่อำนาจของผู้ใหญ่ทางด้านธรรมะ ถึงเวลาจะให้นอนมันไม่ยอมนอน มันหมุนติ้วๆ นี่ผู้ใหญ่ทางธรรมะฟัดกิเลสขาดสะบั้นไปจากใจ กิเลสที่มีอำนาจมากฟัดเณรผองตกกุฏิ เอาได้สองอย่างเอาไปพิจารณาเอานะ เณรผองก็อยู่กับพวกเรานี่แหละ เราไปหาเณรผองที่ไหน ให้ดูตามนี้เณรผอง ถ้าเราเร่งแล้วธรรมฟัดกิเลสลงจนกระทั่งไม่หลับไม่นอน ฟัดกิเลสขาดสะบั้นก็อยู่ในหัวใจของเรา จำเอานะ พอ

ผู้กำกับ       :     ข้อสองสุดท้ายครับ หากหลานนำทุกข์ตามข้อ 1 ไปพิจารณาระมัดระวังไม่ให้ทำชั่วเช่นบุคคลดังกล่าว จุดนี้เป็นสติปัฏฐานข้อ ธรรมานุปัสนาสติปัฏฐานหรือไม่เจ้าคะ

หลวงตา     :     โอ๊ย หลวงตาเกิดมาก็ไม่ได้เกิดมากับสติปัฏฐาน ลูกศิษย์มันไปได้ความรู้จากไหนมา มาเล่าให้อาจารย์ฟังบ้างซิ ไปถามมันคืออะไร ให้ไปเรียนสติปัฏฐานแล้วมาสอนอาจารย์หน่อย เวลานี้อาจารย์ตอบยังไม่ได้ ยังไม่เข้าใจสติปัฏฐาน

ผู้กำกับ       :     องค์หลวงตามีข้อเตือนประการใดให้หลานมีข้อคิดที่ดีขึ้น ขอได้เมตตาสงเคราะห์ด้วยเถิดเจ้าค่ะ สุดท้ายนี้ขอองค์หลวงตาอยู่เป็นที่พึ่งทางจิตใจของหลาน และพุทธศาสนิกชน และคนดีของแผ่นดินต่อไปด้วยเจ้าค่ะ ด้วยความเคารพศรัทธายิ่ง (จาก กัลยาณี)

หลวงตา     :     เออ อยากให้เราเป็นที่พึ่ง แต่เวลามันตกลงไปกุฏิ เณรผองมันจะเอาเราเป็นที่พึ่งหรือเปล่าก็ไม่รู้ละ เอาละพอ มันตกลงกุฏิมันไม่เห็นเอาเราเป็นที่พึ่ง เข้าใจไหม ตูมเลย มีเณรหนึ่งอยู่นั้น แปลกอยู่นะเณรนี่ มันเข้ามาเกี่ยวข้องกับความรู้  ตอนนั้นเราไม่ได้อยู่ห้วยทรายละ เราไปเยี่ยมลูกศิษย์ลูกหาทางห้วยทรายด้วยธุระจำเป็นหลายอย่าง ไปเณรนั้นขึ้นมา คึกคักนะเณรนี่ บอกว่าแกเคารพเลื่อมใสเรามานานแล้ว ได้ทราบว่าจะมานี่ โหย กระปรี้กระเปร่าจิตใจจนนอนไม่หลับ รื่นเริงบันเทิง พอใจว่างั้น

มาก็มาเล่าเรื่องภาวนาให้ฟัง จิตของแกสว่างอย่างนั้นสว่างอย่างนี้ แกเล่าให้เราฟัง เราก็ฟัง เป็นจริงๆ นะ นั่นละจิตนิสัยเป็นอย่างนั้น ความสว่างไสวมันออกรู้มันเป็นไป ทีนี้สติปัญญาตามมันไม่ทัน นี่ละอันนี้สำคัญ เราสรุปเลยนะ ความสว่างไสว ความรู้นั้นรู้นี้มันเล่าให้เราฟัง เราเป็นคนฟังหมด พอจบเรียบร้อยแล้วเราสรุปความลงมา “เณรระวังให้ดีนะ” สรุปความ “ส่วนที่พูดทั้งหลายเหล่านั้นเราก็พูดไปแล้ว แต่จุดสำคัญที่จะพาให้เณรเสียนั้นน่ะ เณรให้ระวังให้ดีนะความสว่างนี้จะส่องทางให้เณรหลงทาง เณรจะเพลินในความสว่างนี้ไป เดี๋ยวไล่คลุกหมูคลุกหมาไป นึกว่าเป็นเทวบุตรเทวดาไปนะ ให้ระวังให้ดี”

นี่เราสรุปนะ เราสอนย่อๆ อย่าตื่นเงานะ มันเป็นเงาหลอกคนได้ หลอกคนมานานแล้วนะ นี่เราสรุปความ พอเณรนี้ลงไป พระที่นั่งฟังอยู่นั้นก็ปุ๊บปั๊บเข้ามา “ครูจารย์พูดทำไมถึงถูกต้องเอานักหนา” “ถูกต้องยังไงว่าซิ” “ก็เณรนี่อยู่ๆ ก็เสียงอื้ออ้าๆ คือมันออกแสงสว่าง มันเข้าป่า เณรนี้วิ่งเข้าป่า แล้วเรียกหมู่เพื่อนมาช่วยตามแสงสว่าง ฟังเสียงอื๊ออ๊าๆ กลางคืน มาอะไร มาหาแสงสว่าง แสงสว่างมันเข้าไปไหน มันเข้าไปในป่าสับปะรด แล้วลากหมู่เพื่อนไปหา หมู่เพื่อนผู้ที่รู้แล้วก็ถอย ผู้ไม่รู้ก็วิ่งตามหามันไป นี่ครูอาจารย์พูดที่ว่าเดี๋ยวมันจะวิ่งหานั่นหานี่ จะเข้าป่าเข้ารก เณรนี้เข้าแล้ว วิ่งตามแสงสว่างเข้าไปป่าสับปะรด เป็นบ้าไปแล้ว” ก็อย่างนั้นแหละเข้าใจไหม นิสัยของจิตมันต่างกัน ต้องมีผู้เตือน ไม่เตือนไม่ได้ เอาละ
                                                 ________

(คุณสามารถอ่านและรับชมรับฟังพระธรรมเทศนากัณฑ์นี้ได้ที่
http://www.luangta.com/thamma/thamma_talk_text.php?ID=3417&CatID=0 และอ่านได้ในเว็บไซด์หลวงตาหน้ารวมถาม-ตอบปัญหาธรรม)

<< BACK

 


หน้าแรก